ต่อจากความครั้งที่แล้ว ก็มาว่ากันต่อ ถึง เรากับผลิตภัณฑ์ ไวทอลสตาร์ ก็คงเริ่มที่ตัวน้ำมันรำข้าว พระเอกของค่ายนี้กันเลยนะ
< เรา > คนแรกในบ้านที่รับอาสาชู 2 มือ 2 ไม้ ขอเริ่มใช้ก่อน คือ คนนี้
คุณแม่เราเอง ภาพ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา
คุณแม่เรา อายุ 70 ปี ค่ะ โรคประจำตัวและโรคที่เคยตรวจพบและรักษา มีดังนี้ จ้า...
- เบาหวาน เป็นมา 36 ปีแล้ว (รับการรักษาต่อเนื่องมากว่า 20 ปี) ปัจจุบันเริ่มฉีดอินซูลิน วันละ 16 ยูนิต เริ่มฉีดได้ประมาณครึ่งปี เนื่องจากคุณหมอต้องการลดยากินลง เพื่อให้ตับทำงานไม่หนักเกินไป เพราะแม่อายุเพิ่มขึ้นมาก
-โรค ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลสูง ตามมา พบเมื่อเข้ารับการรักษาโรคเบาหวานอย่างจริงจรังและต่อเนื่อง ก็ประมาณ 20 ปี ละ
-ตัดมดลูกทิ้งเมื่อปี 2534 เนื่องจากพบเชื้อรา และส่อเค้าจะเป็นเนื้อร้าย
-กระดูกงอกทับเส้นประสาท ทำการผ่าตัดไป 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2537 หลังจากตรวจพบและทำการรักษาด้วยการตัดกระดูกที่งอก รวมทั้งผ่าตัดแก้ไขส่วนอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากการงอกทับเส้นประสาทครั้งนี้ พบว่า ขาบริเวณช่วงน่องตั้งแต่ใต้เข่าลงไปเริ่มมีอาการลีบ หลังการฟื้นฟูก็ไม่สามารถทำให้ขาช่วงนี้กลับมาแข็งแรงได้เท่าเก่า แต่ก็ยังพอเดินได้อยู่นะคะ คุณหมอบอกว่าสาเหตุ คือ การกดทับเกิดขึ้นมานานมากแล้ว ก่อนจะมาตรวจพบ และครั้งหลังปี 2549 เนื่องจากตรวจพบว่ามีกระดูกงอกขึ้นมาทับเส้นกระสาทอีก
ผลจากการผ่านสนามเข็มฉีดยาและมีดหมอ(ผ่าตัด)มาอย่างโชกโชน ปัจจุบันก็มีสภาพอย่างที่เห็นค่ะ แต่ที่จริงคุณแมยังเดินได้อยู่นะ เดินได้ช่วงใกล้ๆ แต่พอดีรูปที่เห็นนี่ไปงานรับรางวัลแม่ดีเด่นฯ เด่นมา มันต้องเดินไกลบ้างอะไรบ้าง เลยเซฟคุณแม่ด้วยการใช้รถเข็นน่ะค่ะ
ช่วงในภาพนี้ เป็นช่วงล่าสุดก่อนเริ่มทานน้ำมันรำข้าวค่ะ คุณแม่เริ่มทานตอนต้นเดือนกันยายนนี่เองจ้ะ ซึ่งโดยปกติทุกคนที่บ้านจะไม่ค่อยอคติ และก็ไม่ค่อยจะอุปทาน กับอะไรๆเท่าไหร่นะ ดีก็ว่าดี ถ้ารู้สึกไม่ดีก็ตามนั้น คือก็เว้ากันซื่อซื่อ ว่ากันตามความจริง
<<<แต่หลังจากแม่กินวันแรก (เริ่มให้แม่กินที่ เช้า 1 เม็ด เย็น 1 เม็ด) แม่บอกว่ารู้สึกตัวเบาขึ้น ตอนบ่ายๆ ปกติมันจะรู้สึกตัวหนักอึ้ง แต่พอใช้แล้วเหมือนจะดีขึ้น แต่ยัง ยังจับตาดูอาการกันต่อไป
<<<พอแม่บอกว่ารู้สึกดีขึ้น ทำให้ความรู้สึกงั้นๆ ในตอนแรกที่ให้แม่กินน้ำมันรำข้าว กลับกลายเป็น รู้สึกแปลกๆ เอ๊ะ รึมันจะดีจริงหว่า แล้วมันต้องใช้ในปริมาณเท่าไหร่กันล่ะ ต่อวันต่อคน เนี่ยะ <<ก็เลยรีบแจ้นไปเปิด CD -Product Training ฟัง ก็เลย อ่อ....วันละ 30 มิลลิกรัม ประมาณ 4 เม็ด หรือเผื่อเหลือเผื่อขาด ก็ 6 เม็ด ต่อวัน ก็เลยกลับมาปรับปริมาณการกินให้แม่ เป็นเริ่มเพิ่มจาก 4 เม็ดก่อน เช้า 2 ก่อนนอน 2 เพื่อดูอาการ เพราะเห็นว่ามีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด จึงต้องค่อยๆปรับ เพราะแม่มักเกิดอาการที่คุณหมอท่านเรียกว่าภาวะน้ำตาลเหวี่ยงบ่อย ( คือ น้ำตาลอยู่ในระดับนึงแล้วกลับขึ้น สูงมาก หรือ ต่ำลงมาก ในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน มักเกิดอาการ หน้ามืด อาเจียน ท้องเสีย มือเท้าเย็น และอื่นๆอีกมากมาย )
<<<ผลจากการปรับยาครั้งนี้ โป๊ะ เช๊ะ ค่ะ ปรับได้ 2 วัน แม่ มีอาการที่อยู่ในวงเล็บมาเยือน ครบทั้งองค์ประชุมเลยจ้ะ ก็เลยเจาะเลือดปลายนิ้ว(ที่บ้านมีเครื่องตรวจเช็ค) พบ น้ำตาล 220 ซึ่งโดยปกติ เราและคุณแม่ช่วยกันควบคุมอาหาร ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ พวกเราสามารถคุมให้แม่จะมีระดับน้ำตาลอยู่ที่ประมาณ 130-170 มาได้แล้ว.....ก็เลยต้องให้แม่หยุดกินก่อน และพอดีใกล้จะถึงวันนัดตรวจกับคุณหมอแล้ว (อีก 4 วัน จากวันที่เกิดอาการ เป็นวันนัดตรวจ)
พอวันนัดตรวจ พบว่า ระดับน้ำตาลช่วงเย็น (เจาะเลือดปลายนิ้ว หลังงดน้ำ-อาหารตั้งแต่ 12.00 น.) คือ 103 ความดันโลหิตตรวจหน้าห้องพยาบาล 120/84 (แต่คุณหมอวัดระดับความดันอีกครั้งในห้องตรวจ ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ ลืมถาม แฮะๆ) แต่คุณหมอชมว่าระดับน้ำตาลดี ความดันดี.... * . * ....ขึ้นรถมาแม่บอก สงสัยจพเพราะผลของน้ำมันรำข้าวที่กิน เพราะอาหารและการออกกำลังก็ทำตามปกติ แต่น้ำตาลลงมามากกว่าเดิม ( โหยยยย นึกว่าถอดใจ จะไม่กิน ซะอีก )...ก็เลยตกลงว่า เดี๋ยวรอให้ร่างกายฟื้นตัวก่อน แม่จะกลับมากินใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะแม่รู้สึกว่ามันจะได้ผลในหลายๆด้าน (นี้คนกินเค้ารู้สึกเองเลยนะ)
ล่าสุด หลังพักจนร่างกายฟื้นตัว แม่กลับมากินใหม่ คราวนี้ มื้อละ 2 เม็ด วันละ 3 มื้อ เลยจ้ะ เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว พอดีคุณพ่อเวียนหัวมาก เลยจับเจาะเลือดให้พ่อ(พ่อก็เป็นเบาหวาน แต่ตอนแรกไม่ยอมกิน) แล้วก็เลยเจาะแม่ดูด้วย ปรากฎว่าน้ำตาลแม่ เหลือแค่ 70 ถ้วนๆ โอว....อกอิแป้นจะแตกคร๊า...แม่จ๋า แม่เวียนหัว คลื่นไส้ไหม เป็นไรมั่งหรือป่าว มีอาการอะไรมั้ย โหยยยยยย เรางี้รนสุดๆ (ก็น้ำตาลมันต่ำน่ากลัวอ่ะ คนแก่อายุประมาณนี้ น้ำตาลควรอยู่ประมาณ 110 )...แม่...ทำหน้า...เฉยๆ..."ฮึ! ไม่เลยลูก แม่ปกติ ไม่เป็นไรเลย สบายดีอ่ะ".....ห๊า!!!!....โอเคๆ งั้นแม่ต้องระวังดีๆนะ ถ้าหน้ามืดหรือไร รีบให้คนโทรเรียกเลยนะ...ตกลงวันนั้นก็เลยต้องสั่งพ่อว่า พ่อน้ำตาลสูงมากนะ (วันนั้น 300 โอว!!) พ่ะระวังหน่อยนะ ดูแม่ด้วยนะ แม่น้ำตาลต่ำมาก.....แม่ก็ดูพ่อกินด้วยนะ เตือนๆพ่อด้วย แล้วเราก็ออกไปทำงานต่อ
สรุปผล แม่ VS น้ำมันรำข้าวไวทอลสตาร์
ณ ตอนนี้ คุณแม่ปลื้มมาก เนื่องจาก กินแล้ว ที่เห็นผลชัดที่สุดคือ นอนหลับดี แข้งขาเริ่มมีแรง เริ่มเดินได้ระยะไกลขึ้น ยืนนานๆไหว ร่างกายรู้สึกเบาสบายขึ้น รู้สึกเหมือนเลือดไหลเวียนดี (สังเกตจากอุ้งมือ อุ้งเท้ามีสีแดง และเท้าไม่ค่อยเย็นชืด) ส่วนเรื่องของระดับน้ำตาลคลต้องพิสูจน์กันยาวๆ
ความหน้ามาว่ากันต่อ จ้ะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น